วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต เทศน์เรื่อง "อานิสงส์ของการสวดมนต์"



 คำบอกเล่าจากบันทึกโบราณ     


รัชกาลที่สี่ ได้นิมนต์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตมาเทศน์ที่บ้าน  ครั้นเวลาพลบค่ำ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางมาจากวัดระฆังมายังบ้านของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี ซึ่งในขณะนั้นมีอุบาสก อุบาสิกา นั่งพับเพียบเรียบร้อยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยต้องการสดับรับฟังการเทศน์ของท่านเจ้าประคุณ ณ เรือนท่านเจ้าพระยา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวบูชาพระรัตนตรัย เมื่อจบแล้วท่านจึงเทศน์เรื่อง

“ อานิสงส์ของการสวดมนต์ ” 

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่ายังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการสวดมนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามาก ฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ว่าพระองค์ทรงมีคุณวิเศษอย่างไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้เป็นผลให้ท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า
โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี ๕ โอกาสด้วยกันคือ
๑.เมื่อฟังธรรม
๒.เมื่อแสดงธรรม
๓.เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์
๔.เมื่อตรึกตรองธรรมหรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น
๕.เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ         

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นที่เป็นประเพณีปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็นสองเวลานั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจที่เศร้าหมองให้หมดสิ้นไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้งสามนั่นคือ

๑.กาย สะอาดมีอาการสงบเรียบร้อยสำรวม
๒.ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย
๓.วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระพุทธคุณทั้งสาม พร้อมเป็นการขอขมาในการผิดพลาดถ้าหากมี และกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็นการสร้างกุล เป็นมงคลอันสูงสุดเลยทีเดียว อาตมาภาพขอรับรองต่อท่านทั้งหลายว่า ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน

การสวดมนต์นี้ ควรสวดให้มีเสียงดังพอสมควร ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ
♦ จิตตน
♦ จิตอื่น

ประโยชน์ต่อจิตตน  

คือ เสียงในการสวดมนต์จะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้นๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด

ประโยชน์ต่อจิตอื่น

คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์จะพลอย ได้เกิดความรู้เกิดปัญญา มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลด้วยการให้ทานโดยทางเสียง เหล่าพรหมเทพและเทวดาที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์มีอยู่จำนวนมากมาย ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างพร้อมพรั่ง เมื่อมีเหล่าพรหมเทพและเทวดาเข้ามาห้อมล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่างๆที่ไหนก้อไม่สามารถกล้ำกรายผู้สวดมนต์ได้ ตลอดจนอาณาเขตบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์ ย่อมมีเกราะแห่งเทพพรหมและเทวดา ทั้งหลายปกป้องคุ้มครอง เป็นเกราะแก้วคุ้มภัยได้อย่างดีเยี่ยม

ดูก่อน...ท่านอุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายในที่นี้  การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก้อดี ความสะดุ้งกลัวก้อดี และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายต่างๆ ใดๆ ก็ดี จะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล...........สาธุ

=====================
ที่มา :  www.hindumeeting.com
=====================

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น